วิธีคำนวณปริมาณน้ำที่เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน
ทุกคนคงต้องเคยได้ยินว่าต่อวันควรจะดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่ 8 แก้วของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีก เพราะบางคนใช้แก้วใหญ่แก้วเล็กต่างกัน เพราะฉะนั้นแล้วถ้าสามารถหาค่าที่เหมาะกับตัวเองในแต่ละวันได้ จะช่วยให้กินน้ำได้อย่างถูกต้องไม่ต้องกินสุ่มเหมือนหวยไว โดยไม่มากเกินไป และ ไม่น้อยเกินไปครับ
วิธีคำนวณปริมาณน้ำที่เหมาะสมในแต่ละวัน
การคำนวณแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ความต้องการพื้นฐาน (ตามน้ำหนักตัว) และ ความต้องการเพิ่มเติม (ตามกิจกรรม)
ส่วนที่ 1: คำนวณความต้องการน้ำพื้นฐาน
คุณสามารถใช้สูตรคำนวณแบบง่ายที่ได้รับการแนะนำอย่างแพร่หลายเพื่อหาปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน (หน่วยเป็นมิลลิลิตร หรือ มล.)
สูตร
ปริมาณน้ำพื้นฐาน (มล.) = น้ำหนักตัว (กก.) x30
ตัวอย่าง: สมมติว่าคุณมีน้ำหนัก 65 กิโลกรัม
ปริมาณน้ำพื้นฐาน = 65 x 30 = 1,950 มิลลิลิตร
เท่านี้ก็ไม่ต้องสนแล้วว่าแก้วใหญ่แก้วเล็ก ขอแค่กินให้ครบเกือบๆ 2 ลิตรก็เพียงพอครับ
การปรับเพิ่มตามกิจกรรม
เมื่อทำกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายสูญเสียเหงื่อมากกว่าปกติ (เช่น การออกกำลังกาย หรืออยู่ในสภาพอากาศร้อน) จำเป็นต้องดื่มน้ำเพิ่มเพื่อชดเชยการสูญเสียนั้น
ปัจจัยที่ต้องพิจารณา | วิธีการปรับเพิ่มปริมาณน้ำที่ควรดื่ม |
การออกกำลังกาย/กิจกรรมหนัก | เพิ่มน้ำ 300 – 500 มิลลิลิตร ต่อกิจกรรมหนักทุก 30 นาที |
สภาพอากาศร้อนจัด | เพิ่มน้ำ 500 – 1,000 มิลลิลิตร ต่อวัน |
มีไข้ หรือ ท้องเสีย | ควรจิบน้ำ/เครื่องดื่มเกลือแร่ เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และปรึกษาแพทย์หากอาการรุนแรง |
เคล็ดลับการดื่มน้ำขณะออกกำลังกาย
สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ การดื่มน้ำตามช่วงเวลาต่อไปนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและป้องกันภาวะขาดน้ำได้ดีที่สุด:
- ก่อนออกกำลังกาย: ดื่มน้ำ 500–600 มล. (ประมาณ 2-3 แก้ว) ก่อนเริ่ม 2-3 ชั่วโมง
- ระหว่างออกกำลังกาย: จิบน้ำ 200–300 มล. (ประมาณ 1 แก้ว) ทุก 15-20 นาที
- หลังออกกำลังกาย: ชั่งน้ำหนักก่อนและหลังออกกำลังกาย
- ดื่มน้ำ 1 – 1.5 ลิตร เพื่อชดเชยทุก ๆ 1 กิโลกรัม ของน้ำหนักตัวที่หายไป