สัญญาณเตือน “มะเร็ง” ระยะเริ่มต้นที่หลายคนมักมองข้าม

มะเร็งเป็นโรคที่หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นจะมีโอกาสรักษาหายขาดสูงมากครับ แต่ปัญหาคืออาการเริ่มแรกมัก “ไม่เจ็บปวด” และคล้ายคลึงกับอาการเจ็บป่วยทั่วไป ทำให้เรามักละเลย และทำให้มองข้ามจนทำให้โรคลุกลามครับ สัญญาณเตือน “มะเร็ง” ระยะเริ่มต้นที่หลายคนมักมองข้าม 1.การขับถ่ายที่เปลี่ยนไป (ระบบขับถ่าย) อาการ: ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระก้อนเล็กลงเหมือนถั่ว หรือถ่ายมีเลือดปน สัญญาณของ: มะเร็งลำไส้ใหญ่ ทำไมถึงมองข้าม: มักคิดว่าเป็นแค่ริดสีดวง หรือกินอาหารผิดสำแดง 2.แผลที่ไม่ยอมหาย (ผิวหนังและช่องปาก) อาการ: แผลในปากที่เป็นนานเกิน 3 สัปดาห์ หรือแผลตามผิวหนังที่มีขอบไม่เรียบ สีเปลี่ยน หรือโตขึ้นเรื่อยๆ สัญญาณของ: มะเร็งช่องปาก หรือมะเร็งผิวหนัง ทำไมถึงมองข้าม: คิดว่าเป็นแค่ร้อนใน หรือแผลถลอกธรรมดา 3.น้ำหนักลดฮวบโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการ: น้ำหนักตัวลดลงมากกว่า 5% ของน้ำหนักตัวเดิมภายใน 1 เดือน โดยที่ไม่ได้คุมอาหารหรือออกกำลังกายหนักขึ้น สัญญาณของ: มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งกระเพาะอาหาร, หรือมะเร็งปอด ทำไมถึงมองข้าม: หลายคนดีใจที่น้ำหนักลด หรือคิดว่าเกิดจากความเครียดจากการทำงาน 4.ก้อนเนื้อที่คลำได้ (แต่ไม่เจ็บ) อาการ: พบก้อนที่เต้านม รักแร้…

วิธีคำนวณปริมาณน้ำที่เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน

ทุกคนคงต้องเคยได้ยินว่าต่อวันควรจะดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่ 8 แก้วของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีก เพราะบางคนใช้แก้วใหญ่แก้วเล็กต่างกัน เพราะฉะนั้นแล้วถ้าสามารถหาค่าที่เหมาะกับตัวเองในแต่ละวันได้ จะช่วยให้กินน้ำได้อย่างถูกต้องไม่ต้องกินสุ่มเหมือนหวยไว โดยไม่มากเกินไป และ ไม่น้อยเกินไปครับ วิธีคำนวณปริมาณน้ำที่เหมาะสมในแต่ละวัน การคำนวณแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ความต้องการพื้นฐาน (ตามน้ำหนักตัว) และ ความต้องการเพิ่มเติม (ตามกิจกรรม) ส่วนที่ 1: คำนวณความต้องการน้ำพื้นฐาน คุณสามารถใช้สูตรคำนวณแบบง่ายที่ได้รับการแนะนำอย่างแพร่หลายเพื่อหาปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน (หน่วยเป็นมิลลิลิตร หรือ มล.) สูตร ปริมาณน้ำพื้นฐาน (มล.) = น้ำหนักตัว (กก.) x30 ตัวอย่าง: สมมติว่าคุณมีน้ำหนัก 65 กิโลกรัม ปริมาณน้ำพื้นฐาน = 65 x 30 = 1,950 มิลลิลิตร เท่านี้ก็ไม่ต้องสนแล้วว่าแก้วใหญ่แก้วเล็ก ขอแค่กินให้ครบเกือบๆ 2 ลิตรก็เพียงพอครับ การปรับเพิ่มตามกิจกรรม เมื่อทำกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายสูญเสียเหงื่อมากกว่าปกติ (เช่น…

ดื่มน้ำ กี่แก้ว ถึงพอดีกับร่างกาย?

เคยได้ยินกันมั้ยว่า “วันนึงต้องดื่มน้ำ 8 แก้ว” ถึงจะดีต่อสุขภาพ แต่เอาจริง ๆ แล้วมันใช่ทุกคนรึเปล่า? หลายคนก็สงสัยว่าเราควรดื่มน้ำวันละกี่แก้วกันแน่ บางทีดื่มน้อยไปก็กลัวจะขาดน้ำ ดื่มเยอะไปก็กลัวจะบวมน้ำอีก งั้นวันนี้เรามาเคลียร์กันให้ชัด ๆ เลยว่าปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการจริง ๆ อยู่ตรงไหน ทำไมร่างกายต้องการน้ำ? ก่อนจะไปนับแก้ว เราต้องเข้าใจก่อนว่าน้ำมันสำคัญยังไงกับชีวิตเราบ้าง ร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบมากกว่า 60% เลยนะ น้ำมีหน้าที่ช่วยขับของเสียออกทางปัสสาวะ เหงื่อ รวมทั้งช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ทำให้ผิวไม่แห้ง และยังช่วยให้สมองปลอดโปร่งอีกด้วย ลองคิดดูสิ ถ้าเราขาดน้ำเมื่อไหร่ ร่างกายก็จะเริ่มส่งสัญญาณออกมาเลย เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะเข้ม เหนื่อยง่าย ปวดหัว หรือสมาธิสั้น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่า “เฮ้! ถึงเวลาต้องเติมน้ำแล้วนะ” ดื่มน้ำ วันละ 8 แก้ว เรื่องจริงหรือแค่แนวทาง? หลายคนอาจเคยได้ยินสูตร “8 แก้วต่อวัน” หรือประมาณ 2 ลิตร ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นค่าเฉลี่ยที่ใช้กันทั่วไป แต่ในความเป็นจริง…

คนไม่สูบบุหรี่ กินเหล้า ทำไมถึง ตับแข็ง

เคยสงสัยมั้ย? ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า ใช้ชีวิตคลีน ๆ แทบทุกวัน อยู่ดี ๆ ไปตรวจสุขภาพแล้วหมอบอก “ค่าตับสูงนะ” หรือแย่กว่านั้นคือ “คุณเป็นตับแข็งแล้วครับ”… หืม? เดี๋ยวนะ! แล้วอะไรทำให้ตับเราเจ๊งได้ถ้าไม่ใช่เหล้ากับบุหรี่? วันนี้เราจะมาคุยกันแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าอะไรคือสาเหตุลับ ๆ ที่ทำให้คนดี ๆ อย่างเราตับพังได้! ตับแข็ง คืออะไร? เข้าใจก่อนจะมึน ตับแข็ง (Liver Cirrhosis) คือภาวะที่ตับเราถูกทำร้ายซ้ำ ๆ จนเนื้อเยื่อตับกลายเป็นพังผืด ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิมแล้ว ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก ช่วยกรองสารพิษ ย่อยไขมัน ผลิตน้ำดี สังเคราะห์โปรตีนต่าง ๆ ถ้าตับพัง ชีวิตก็พังตามไม่รู้ตัวนะเออ อาการช่วงแรกอาจจะไม่มีอะไรเลย ร่างกายดูปกติ เหนื่อยนิดหน่อย ท้องอืดบ่อย แต่พอเข้าระยะกลาง – ปลาย จะเริ่มมีตาเหลือง ตัวเหลือง น้ำในช่องท้อง ตับโต ม้ามโต บวม และเสี่ยงตายเอาง่าย ๆ ไม่กินเหล้า…

ทำไมแก่ตัวลงมักเป็นโรคความดัน

ความดันมาพร้อมกับอายุที่มากขึ้น โรคความดันกลายเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบมากในผู้สูงอายุ นี่เป็นเพราะมีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้การควบคุมความดันโลหิตในร่างกายยากขึ้นเมื่อแก่ตัวลง นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกายตามธรรมชาติที่ทำให้เกิดภาวะนี้มากขึ้นอีกด้วยครับ สาเหตุที่ทำให้ ความดันโลหิตสูง พบมากในผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือด เมื่อเราแก่ตัวลง หลอดเลือด (โดยเฉพาะหลอดเลือดแดง) จะมีการเสื่อมสภาพและสูญเสียความยืดหยุ่นไป ซึ่งทำให้หลอดเลือดไม่สามารถขยายตัวได้ดีเหมือนในวัยหนุ่มสาว หลอดเลือดที่แข็งตัว (arteriosclerosis) หรือการมีคราบไขมันสะสมที่ผนังหลอดเลือด (atherosclerosis) จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ยากขึ้น และทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดันเลือดไปทั่วร่างกาย ผลลัพธ์คือ ความดันโลหิตสูง นั่นเอง การเปลี่ยนแปลงในระบบการทำงานของหัวใจ เมื่ออายุมากขึ้น หัวใจ อาจจะสูญเสียความสามารถในการบีบตัวและการผ่อนตัว (dilation) ที่เหมือนตอนที่ยังหนุ่มสาว ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่หัวใจสูบฉีดไปยังร่างกายลดลง และทำให้เกิดการเพิ่มความดันในหลอดเลือด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีภาวะหัวใจวายหรือภาวะหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงในฮอร์โมน เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ฮอร์โมน ที่ควบคุมความดันโลหิต เช่น เรนิน (renin) และ แองจิโอเทนซิน (angiotensin) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมความดันเลือดอาจจะมีความผิดปกติ นอกจากนี้ฮอร์โมน อัลโดสเตอโรน ที่มีบทบาทในการควบคุมระดับน้ำและเกลือในร่างกายอาจทำให้ร่างกายเก็บน้ำและโซเดียมมากขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น พฤติกรรมและการดำเนินชีวิต เมื่อแก่ตัวลง คนมักจะมี พฤติกรรมการใช้ชีวิต ที่ทำให้เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงมากขึ้น เช่น การขาดการออกกำลังกาย, การทานอาหารที่มีเกลือหรือไขมันสูง,…